อยู่บ้านจำเป็นต้อง "ทาครีมกันแดด" หรือไม่? แพทย์ผิวหนังเฉลย คนเข้าใจผิดกันเยอะ

อยู่บ้านจำเป็นต้อง "ทาครีมกันแดด" หรือไม่? แพทย์ผิวหนังเฉลย คนเข้าใจผิดกันเยอะ

อยู่บ้านจำเป็นต้อง "ทาครีมกันแดด" หรือไม่? แพทย์ผิวหนังเฉลย คนเข้าใจผิดกันเยอะ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขข้อสงสัย อยู่ในบ้านต้องทา "ครีมกันแดด" ไหม? พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง

เรามักจะได้ยินคำแนะนำซ้ำๆ ว่าควรทาครีมกันแดดทุกวันไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก แต่หลายคนยังคงสงสัยว่าหากใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคารหรือในช่วงที่แสงแดดไม่จัด การทาครีมกันแดดยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้ออกมาให้คำตอบในเรื่องนี้พร้อมเหตุผลที่น่าสนใจ

ทำไมต้องทาครีมกันแดดแม้จะอยู่แต่ในบ้าน

พญ. เทรซี่ อีแวนส์ (Tracy Evans) อายุรแพทย์โรคผิวหนังและผู้อำนวยการทางการแพทย์จาก Pacific Skin and Cosmetic Dermatology อธิบายให้คนไข้เห็นภาพง่ายๆ ว่า "ขนาดต้นไม้ยังเติบโตในบ้านได้ นั่นหมายความว่าแสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามานั้นมีเพียงพอที่จะทำให้พืชโตได้ ผิวของเราก็เช่นกัน"

นพ. อีแวนส์ แนะนำว่าควรทาครีมกันแดดทุกวันไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกอาคาร เพราะในความเป็นจริงเรามักจะต้องเดินออกไปนอกบ้านชั่วคราวเพื่อทำธุระเล็กน้อย เช่น เดินไปรับจดหมาย หรือออกไปซื้อกาแฟ ซึ่งการทาจนเป็นนิสัยจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกลุ่มเรตินอยด์ ยารักษาสิว หรือกรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิว ผิวจะมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้น การทา SPF แม้อยู่ในบ้านจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

กระจกหน้าต่างป้องกันรังสีจากแสงแดดได้จริงหรือ?

พญ. เซนิยา โคเบตส์ (Kseniya Kobets) ผู้อำนวยการด้านความงามจาก Montefiore Einstein Advanced Care เน้นย้ำว่ารังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาได้

"กระจกมาตรฐานทั่วไปสามารถบล็อกรังสี UVB ได้เกือบทั้งหมด แต่ยังยอมให้รังสี UVA ในปริมาณที่มีนัยสำคัญผ่านเข้ามาได้ ซึ่งรังสีชนิดนี้เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย (Photoaging) และปัญหาจุดด่างดำ" พญ. โคเบตส์ กล่าวเสริมว่าเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่เป็นฝ้า (Melasma) หรือมีภาวะไฮเปอร์พิกเมนเตชั่น เพราะแม้แต่แสงในระดับต่ำก็อาจทำให้รอยดำเข้มขึ้นได้

วันที่ไม่มีแดดจำเป็นต้องทาครีมกันแดดหรือไม่?

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญคือ "จำเป็น" แม้ในฤดูฝนที่แดดดูไม่แรง แต่รังสี UVA ยังคงมีอยู่ตลอดทั้งปี นอกจากนี้พื้นผิวที่สะท้อนแสงได้ดี เช่น หิมะ ทราย หรือน้ำ สามารถเพิ่มการได้รับรังสี UV ให้สูงขึ้นได้โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดจึงควรทำเป็นประจำในทุกสภาพอากาศ

วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับใช้ทุกวัน

ในการเลือกซื้อครีมกันแดด ผู้เชี่ยวชาญมีข้อแนะนำดังนี้:

  • เลือก SPF 30 ขึ้นไป: เป็นระดับพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการป้องกันในชีวิตประจำวัน
  • ทำความรู้จักประเภทของกันแดด:
    • Physical Sunscreen (Mineral): มีส่วนผสมของ Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide ทำหน้าที่สะท้อนแสงออกจากผิว เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
    • Chemical Sunscreen: ทำปฏิกิริยากับแสงเพื่อป้องกันการเผาไหม้ของผิว
  • อย่าลืมทาจุดสำคัญ: บริเวณที่คนมักลืมทาคือ ใบหู, หลังคอ, หลังมือ และหลังเท้า ซึ่งเป็นจุดที่พบมะเร็งผิวหนังได้บ่อย
  • ทาซ้ำเมื่อจำเป็น: หากออกแดดจัดหรือทำกิจกรรมทางน้ำ ควรทาซ้ำทุก 80 นาที หรือตามคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์

การทาครีมกันแดดทุกวันไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ถึง 73% ในระยะยาว แต่ยังเป็นขั้นตอนการชะลอวัย (Anti-aging) ที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

แสงในบ้านมีผลต่อผิวหรือไม่?

พญ. พีรธิดา รัตตกุล แพทย์ชำนาญการด้านโรคผิวหนัง การใช้เลเซอร์รักษาโรคผิวหนัง ศัลยกรรมเพื่อความงาม และปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็มโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ระบุว่า แสงแดด หรือ แสงอาทิตย์เป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายกับเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ผิวอักเสบ สูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ผิวคล้ำเสีย เกิดฝ้ากระ และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ในแสงแดดจะประกอบไปด้วย แสงอินฟราเรด (infrared) แสงที่มองเห็น (visible light) และแสงที่มองไม่เห็น (invisible light) นั่นก็คือรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet: UV) หรือยูวีที่เราคุ้นหูกัน

รังสียูวีในแสงอาทิตย์ มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ UVA UVB และ UVC ซึ่งรังสี UVC นั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะถูกชั้นโอโซนของโลกดูดซับ สะท้อนกลับ หรือทำลายได้ทั้งหมด เลยไม่มีผลกระทบต่อผิวหนังเท่าใดนัก แต่รังสี UVA และ UVB เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ มากมาย

  1. รังสี Ultraviolet A หรือ UVA สามารถแบ่งได้เป็น UVA-I และ UVA-II ในแสงแดดนั้นมี UVA มากถึง 95% รังสี UVA นั้นส่งผลร้ายต่อผิวหนัง ทำให้ผิวเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย ผิวคล้ำเข้ม เกิดจุดด่างดำ และเกิดการสร้างของอนุมูลอิสระ ส่งผลกระทบโดยอ้อมต่อดีเอ็นเอ การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม และสามารถทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังบางชนิดได้
  2. รังสี Ultraviolet B หรือ UVB เป็นรังสีที่ทำให้เกิดการ Burn หรือผิวหนังไหม้เกรียมแดด ผิวอักเสบ ผิวแก่ก่อนวัย และยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็วผิวหนังได้ หากปล่อยให้ผิวสัมผัสแสงแดดบ่อยๆ โดยเฉพาะแดดช่วงเที่ยงหรือบ่าย หรือเมื่อฟ้าใส มีเมฆน้อย และปราศจากการป้องกันที่ดี

หากจะต้องทำงานอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน หลายคนอาจมีความสงสัยว่า ยังต้องทาครีมกันแดดอยู่หรือไม่ บางคนอาจคิดว่าเมื่อไม่โดนแดดจึงไม่มีความจำเป็นต้องทา แต่บางคนอาจยังมีความกังวลเรื่องแสง UV จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ โทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์

เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือหลอดไฟ แทบไม่ปล่อยรังสี UV ในระดับที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ดังนั้นจึงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเสีย อย่างไรก็ตาม แสงแดดที่เล็ดลอดผ่านกระจกเข้ามาในบ้าน โดยเฉพาะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกได้ในระดับสูง และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย รวมถึงเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล